|
29
เมษายน 2551
สงกรานต์ที่ผ่านมาผมซุกหัวนอนอยู่ที่ปายครับ
ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนแต่ยังดีกว่ากรุงเทพ
เพราะมีช่วงค่ำจนถึงเช้าตรู่ที่อากาศเย็นสบาย นอนรับลมได้โดยไม่ต้องเปิดแอร์
สงกรานต์ปีนี้ปายเงียบเหงา
แต่ก็เป็นอย่างนี้เกือบทุกปี เพียงแต่ปีนี้เงียบมากหน่อย
ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะกลัวควันไฟ กลัวอากาศร้อน
ปีนี้คงสู้ราคาน้ำมันไม่ไหว หายหน้ากันไปหมด ใครถามผมว่าเที่ยวปายช่วงไหนดีสุด
ผมก็จะบอกไปว่า มาได้ตลอดปี ยกเว้นเมษายน และ พฤษภาคม
ผมได้ใช้เวลาที่มีอย่างเหลือเฟือเก็บตกหนังสือดีๆที่สะสมไว้
รวมทั้งอ่านบทความต่างๆบนเว็บ ยิ่งค้นคว้ามาก อ่านมาก
หาความรู้ใส่ตัวมาก ยิ่งเกิดความรู้สึกกังวลมาก
กลายเป็นความทุกข์ครับ ถ้าไม่ระบายออกมาเสียบ้างคงจะไม่ดีเป็นแน่
จึงขอแบ่งปันความทุกข์กันหน่อย
คงไม่เวอร์เกินไปที่จะบอกว่าผมเป็นห่วงอนาคตของโลกใบนี้ครับ
มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกเล็กๆใบนี้มีจำนวนมากขึ้นทุกปี
เชื่อว่ามีท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อย ( นับผมด้วยหนึ่งคน )
ที่ตอบไม่ได้ว่าปัจจุบันมีพวกเราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้มากน้อยแค่ไหน
ดูตัวเลขกันครับ
ปี ค.ศ.
๑๙๕๐ ประชากรของโลกมีจำนวน ๒,๕๓๕ ล้านคน ผ่านมา ๕๐ ปี ถึงปี ค.ศ.๒,๐๐๕
จำนวนประชากรเพิ่มเป็น ๖,๕๑๔ ล้านคน
World Total population (thousands) 1950-2005
|
Year |
Total population |
|
1950 |
2 535 093 |
|
1955 |
2 770 753 |
|
1960 |
3 031 931 |
|
1965 |
3 342 771 |
|
1970 |
3 698 676 |
|
1975 |
4 076 080 |
|
1980 |
4 451 470 |
|
1985 |
4 855 264 |
|
1990 |
5 294 879 |
|
1995 |
5 719 045 |
|
2000 |
6 124 123 |
|
2005 |
6 514 751 |
ข้อมูลจาก
http://esa.un.org/unup/p2k0data.asp
ไม่น้อยทีเดียว
ผมลองมานั่งคิดดู ตอนผมลืมตาดูโลกวันแรก ( ปี ค.ศ. ๑๙๔๙ )
ผมมีเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเพียง ๒.๕ พันล้าน มาถึงวันนี้
ผมมีเพื่อนร่วมโลกมากกว่า ๖ พันล้านแล้ว
ถ้าเปรียบเทียบอย่างนี้แล้วทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่าทำไมโลกเราทุกวันนี้จึงมีปัญหามากมาย
๖
พันกว่าล้านคนที่อยู่บนโลกนี้มีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน
ดูตัวเลขในเชิงลึกจะพบว่า
๕๐ปีที่ผ่านมาประเทศที่มีอันจะกินมีประชากรเพิ่มขึ้นเพียง ๔๐๐ ล้านคน
ขณะที่ประเทศที่ยากจนมีประชากรเพิ่มถึง ๓.๕ พันล้านคน
คาดกันว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า ๒ พันล้านคน รวมเป็น ๙
พันล้านคนภายในปี ๒๕๕๐
ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ในประเทศที่ยากจนเป็นส่วนใหญ่
ความทุกข์ของโลกในวันนี้คือปัญหาสิ่งแวดล้อม เกิดจากคน ๖ พันกว่าล้านนี่ละ
ปัญหาที่กำลังติดอันดับคือโลกร้อน กลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมาก
ใครไม่รู้จักโลกร้อนกลายเป็นเชย ไม่ทันสมัยเสียเลย
ลองมาวิเคราะห์กันครับว่า ๖
พันกว่าล้านคน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโลกร้อนหรือไม่ อย่างไร
ตัวการสำคัญที่สร้างปัญหาให้กับโลกร้อนคือ ก๊าซ
CO2 และที่ผ่านมาในอดีตคน
๖ พันกว่าล้านคนก็ไม่ได้เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้เกิดก๊าซ CO2
ทั้งหมด
มีแต่เฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้นที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซ CO2
มากที่สุด
แต่วันนี้โลกเปลี่ยนไป
เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เกิดจากเทคโนโลยีระบบอินเตอร์เน็ต โลกแคบลง โลกเล็กลง การค้าขายข้ามทวีป
ข้ามโลก ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งผลให้ประเทศที่เตรียมตัวไว้ดีและมีความพร้อม เช่น จีน อินเดีย บราซิล
สามารถพัฒนาประเทศให้ก้าวกระโดดไปข้างหน้า
ประเทศของเขาเจริญขึ้นได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนานหลายปี
ประชากรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น
เดิมโลกร้อนขึ้นจากฝีมือของประเทศที่มีอันจะกิน
ประเทศในทวีปอเมริกาและยุโรป
วันนี้ประเทศที่กำลังพัฒนาเช่นจีนและอินเดียซึ่งมีพลเมืองรวมกันกว่า ๒ พันล้าน
กำลังก้าวกระโดด พัฒนาประเทศไปสู่ความมั่งคั่ง
ได้ร่วมขบวนกับประเทศที่ร่ำรวย ปล่อย CO2
เพิ่มขึ้นความทุกข์ของโลกจึงหนักหนาสาหัสมากขึ้นหลายเท่าตัว
ตัวอย่างมีให้เห็นที่ประเทศจีนครับ
จีนกำลังเร่งก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศ
อัตราการขยายกำลังผลิตเทียบได้เท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด ๕๐๐ เมกะวัต
สองโรงต่อ ๑ สัปดาห์ ภายในระยะเวลาหนึ่งปี โรงงานเหล่านี้จะปล่อยก๊าซ
CO2 เทียบได้กับกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศอังกฤษทั้งประเทศ
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศคาดการว่าปัจจุบันนี้ จีนปล่อยก๊าซ CO2
ที่เกิดจาก
fossil fuel
ในแต่ละปีแซงหน้าสหรัฐแล้ว
สำนักงานได้แสดงความเห็นว่าประเทศจีนจะเป็นตัวเร่ง
ทำให้ภาวะโลกร้อนเลวร้ายมากขึ้นในอนาคต
ยังมีอีกครับ
วันนี้คนจีนรวยขึ้น สมัยก่อนโต๊ะจีนมีแต่เมนูที่เน้นผักเป็นหลัก
สมัยนี้เมนูบนโต๊ะจีนมีเนื้อ มีหมูมากขึ้น
ประเทศจีนต้องนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์
บราซิลอยากรวยเร็ว เกษตรกรบุกทำลายป่าอเมซอน
ขยายพื้นที่เพื่อนำมาใช้ทำไร่ถั่วเหลือง การเผาป่า ทำลายป่า เป็นการเพิ่ม
CO2 ทับถมปัญหาโลกร้อนให้รุนแรงขึ้นไปอีก
ยังไม่นับประเทศอินเดียที่กำลังไล่ตามจีนมาติดๆนะครับ
นั่นคือปัญหาของโลก
เป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้น หลีกเลี่ยงไม่ได้
ถ้ามนุษย์ไม่เปลี่ยนนิสัยการอาศัยอยู่ในโลกใบนี้
กลับมาดูเรื่องของมนุษย์เรากันเองบ้าง
พลังงานกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิตและเมื่อประชากรกว่าสองพันล้าน ( จีน
บวก อินเดีย ) กำลังพัฒนาความเจริญไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า
นั่นหมายถึงความต้องการใช้พลังงานมากขึ้น
ราคาพลังงานถูกจึงเป็นเพียงเรื่องของอดีต
มนุษย์เรามักจะนึกว่าตนเองเก่ง
น้ำมันแพงก็รีบเสาะหาพลังงานทดแทน
ผลผลิตจากพืชไร่มีราคาขึ้นมาทันทีเพราะเทคโนโลยีใหม่สามารถนำผลผลิตจากพืชไร่กลายเป็นเชื้อเพลิงใช้เป็นพลังงานได้
นึกว่าจะแก้ปัญหาได้ กลายเป็นหนีเสือปะจระเข้
เมื่อพืชไร่ราคาปรับตัวสูงแบบไม่เคยมีมาก่อนกลายเป็นต้นเหตุทำให้อาหารหลักของมนุษย์
(ข้าว ) ราคาขึ้นตามอีกหลายเท่าตัว ย้อนกลับมาเป็นความทุกข์ของมนุษย์
โดยเฉพาะคนจนของโลกนี้เป็นพันล้านคน เดือดร้อนกันทั่วหน้า
แต่ข่าวดีก็พอมีครับ
ปัญหาของโลกที่กำลังทวีความรุนแรงอยู่นี้ไม่ได้ขาดผู้ที่พร้อมจะเข้ามาแก้ไข
นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักเศรษฐศาสตร์
ที่มีชื่อเสียงจากสถาบันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกำลังหาแนวทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ไม่ใช่แก้อย่าง แล้วไปกระทบอีกอย่าง
ตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันคือความคิดที่ไม่เพียงจะพยายามลดการปล่อยก๊าซ
CO2
ออกไป แต่จะใช้ขบวนการนำก๊าซมารวมกัน
และหาที่พักเก็บไว้ใต้ดิน เข้าท่าดีครับ

ข้อมูลจาก
IPCC
Special Report on Carbon dioxide Capture and Storage
ผมเล่ามาให้ฟังทั้งหมดถือว่าเป็นแบบฉบับจิ๋ว
ย่อกันสุดๆว่าโลกของเราและมนุษย์ที่อาศัยอยู่มีความทุกข์กันอย่างไร
ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ
Common Wealth โดย
Jeffrey Sachs
ครับ
คนไทย ๖๐
กว่าล้านเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก
ย่อมหนีไม่พ้นความทุกข์เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมโลกทั้งหลาย
เพียงแต่อาจมีความหนัก ความเบา ที่ต่างกัน
น่าสนใจมากเป็นพิเศษคือความเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร
ทำให้เกิดความรู้สึกว่า พลังงานขาด พลังงานแพง
เราผลิตพืชไร่ใช้ทดแทนได้ อาหารแพงเราก็ผลิตอาหารเองได้
ดูเหมือนว่าทุกข์ของโลกอาจเป็นโอกาสทองของไทย
แต่ทำไมคนไทยถึงมีความทุกข์
หรือว่าเรามีนิสัยที่ชอบแก้ตัว
ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีข้อแก้ตัวอยู่สองประเด็นใหญ่
เริ่มต้นแก้ตัวว่า
ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ เพราะเราไม่มีประชาธิปไตย
ต้องให้มีรัฐธรรมนูญต้องให้มีการเลือกตั้งก่อน
ต่อมาแก้ตัวว่า
ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ ต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่ เศรษฐกิจจึงจะได้ดีขึ้น
อนาคตจะใกล้เข้าไปจนถึงจุดที่จะแก้ตัวว่า
ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้
เพราะเราขาดนักการเมืองเก่งๆจากบ้านเลขที่ ๑๑๑
ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้
เพราะเราขาดผู้นำชื่อ ทักษิณ ชินวัตร
ไม่นานเกินรอเราจะได้ยินข้อแก้ตัวที่ว่าคืนเงินที่ยึดมา ยกเลิกคดีทุกคดี
ประเทศจะได้เดินหน้าต่อได้
ความทุกข์ของคนไทยกลายเป็นเกิดขึ้นเพราะคนเพียงคนเดียว
จะเดินหน้าต่อไปอย่างไรกันดีครับ.
[
เข้าหน้าหลัก ]
korbsak.com
กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ |