<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Korbsak Sabhavasu&#039;s Blog</title>
	<atom:link href="http://korbsak.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://korbsak.com</link>
	<description>Politics, Economics, Life</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Dec 2025 09:48:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เรื่องของดอกเบี้ย ( จาก korbsak fb page )</title>
		<link>https://korbsak.com/2021/09/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2021/09/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Sep 2021 06:53:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2426</guid>
		<description><![CDATA[ธนาคารพาณิชย์เคยกำไรแสนล้านต่อปีก็ว่ามากแล้ว ปีนี้ฟันเกือบ 2แสนล้านบาท ถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลจะมีนโยบายการเงินที่ไม่ให้ธนาคารเอาเปรียบลูกค้า รัฐต้องไม่ปล่อยให้ช่องว่างดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินฝากถ่างถึง 6-7 % ลดภาระดอกเบี้ยให้คนผ่อนบ้าน ลดต้นทุนให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไม่ดีกว่าหรือ ธนาคารพาณิชย์ต้องมีกำไร แต่ต้องไม่ทำกำไรบนความเดือดร้อนของผู้บริโภคทั่วไป ไม่ควรมุ่งหากำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก ควรหากำไรจากค่าบริการการทำธุรกรรมทางการเงินมากกว่า ตอนนี้ธนาคารเล่นทั้งสองทางครับ ดอกเบี้ยฟาดเต็ม ค่าบริการก็เอาด้วย กำไรถึงไหลมาเทมา ปี 55 ช่องว่างของดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก หรือที่เรียกว่า spread อยู่ที่ประมาณ 4-5 % ตอนนี้ปรับขึ้นเป็น 6-7 % ไม่แปลกที่มีคนไม่น้อยเขื่อว่านโยบายรัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้นายทุน อีกสองวันนายกแถลงนโยบายรัฐบาล บอกพวกเราหน่อยว่า จะแก้ปัญหาความทุกข์ของประชาชนในเรื่องนี้ได้ไหม ถ้าได้จะทำอย่างไร จะทำเมื่อไร ถ้าไม่ได้เพราะอะไรครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: left;">
<div>
<div>
<div>ธนาคารพาณิชย์เคยกำไรแสนล้านต่อปีก็ว่ามากแล้ว ปีนี้ฟันเกือบ 2แสนล้านบาท</div>
</div>
<div>
<div>ถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลจะมีนโยบายการเงินที่ไม่ให้ธนาคารเอาเปรียบลูกค้า</div>
</div>
<div>
<div>รัฐต้องไม่ปล่อยให้ช่องว่างดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินฝากถ่างถึง 6-7 %</div>
</div>
<div>
<div>ลดภาระดอกเบี้ยให้คนผ่อนบ้าน ลดต้นทุนให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไม่ดีกว่าหรือ</div>
</div>
<div>
<div>ธนาคารพาณิชย์ต้องมีกำไร  แต่ต้องไม่ทำกำไรบนความเดือดร้อนของผู้บริโภคทั่วไป</div>
</div>
<div>
<div>ไม่ควรมุ่งหากำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก  ควรหากำไรจากค่าบริการการทำธุรกรรมทางการเงินมากกว่า</div>
</div>
<div>
<div>ตอนนี้ธนาคารเล่นทั้งสองทางครับ  ดอกเบี้ยฟาดเต็ม  ค่าบริการก็เอาด้วย  กำไรถึงไหลมาเทมา</div>
</div>
<div>
<div>ปี 55 ช่องว่างของดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก หรือที่เรียกว่า spread อยู่ที่ประมาณ 4-5 %  ตอนนี้ปรับขึ้นเป็น 6-7 %</div>
</div>
<div>
<div>ไม่แปลกที่มีคนไม่น้อยเขื่อว่านโยบายรัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้นายทุน</div>
</div>
<div>
<div>อีกสองวันนายกแถลงนโยบายรัฐบาล บอกพวกเราหน่อยว่า  จะแก้ปัญหาความทุกข์ของประชาชนในเรื่องนี้ได้ไหม</div>
</div>
<div>
<div>ถ้าได้จะทำอย่างไร จะทำเมื่อไร</div>
</div>
<div>
<div>ถ้าไม่ได้เพราะอะไรครับ</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2021/09/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทางรอดเกษตรกรไทย</title>
		<link>https://korbsak.com/2013/10/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2013/10/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Oct 2013 05:19:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2413</guid>
		<description><![CDATA[“ กอร์ป คุณเชื่อผมไหม ชาวนาเนี๋ยน่าสงสารที่สุด เริ่มทำนาโดยไม่รู้เลยว่าข้าวที่จะออกรวงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะขายได้ราคาเท่าไหร่ อาชีพอื่นโชคดีกว่ามาก เป็นลูกจ้างตามโรงงาน เป็นมนุษย์เงินเดือน รู้ล่วงหน้าว่าสิ้นเดือนจะได้เงินเท่าไหร่ “ คำพูดของท่านอาจารย์ใหญ่บุญชู โรจนเสถียร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ที่มาของหลักคิดโครงการประกันรายได้ เพื่อสร้างหลักประกันให้กับเกษตรกรครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“ กอร์ป คุณเชื่อผมไหม ชาวนาเนี๋ยน่าสงสารที่สุด เริ่มทำนาโดยไม่รู้เลยว่าข้าวที่จะออกรวงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะขายได้ราคาเท่าไหร่ อาชีพอื่นโชคดีกว่ามาก เป็นลูกจ้างตามโรงงาน เป็นมนุษย์เงินเดือน รู้ล่วงหน้าว่าสิ้นเดือนจะได้เงินเท่าไหร่ “ คำพูดของท่านอาจารย์ใหญ่บุญชู โรจนเสถียร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</p>
<p>ที่มาของหลักคิดโครงการประกันรายได้ เพื่อสร้างหลักประกันให้กับเกษตรกรครับ</p>
<p>คำว่า ‘ ประกันรายได้ ‘ ไม่ต่างไปจากการ ‘ ประกันชีวิต ‘ ‘ประกันสุขภาพ ‘ หรือ ‘ ประกันอุบัติเหตุ ‘ เกษตรกรที่ซื้อประกันไว้ ถ้าผลผลิตราคาตกต่ำ รายได้จากการขายต่ำไปจากตัวเลขที่ได้ทำประกันไว้ ผู้รับประกันก็จะจ่ายเงินส่วนต่างให้ ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน</p>
<p>รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์เริ่มโครงการโดยมอบหมายให้ธกส.เป็นผู้ขายประกัน ช่วงแรกของการทดลอง ธกส.ไม่คิดเบี้ยประกันจากเกษตรกรครับ ส่วนค่าสินไหม รัฐบาลจัดงบประมาณเป็นรายปี ส่งธกส.ให้นำไปจ่ายผ่านบัญชีของเกษตรกรผู้ทำประกัน</p>
<p>นโยบายประกันรายได้ของรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์เริ่มทดลองใช้กับเกษตรกร 3 กลุ่ม ชาวนา ชาวไร่มันสำปะหลัง และชาวไร่ข้าวโพด</p>
<p>เบื้องต้นกำหนดให้เกษตรกรทั้งสามกลุ่มสามารถซื้อ ‘ ประกันรายได้ ‘ ที่ธกส. ตามราคาประกันที่กำหนดไว้ในแต่ละฤดูการผลิต </p>
<p>ธกส.กำหนดตัวเลข ‘ รายได้ ‘ ที่จะทำสัญญาประกันเช่น สำหรับชาวนาให้ประกันรายได้ที่ 12,000 บาทต่อตัน ( คิดจากต้นทุนบวกกำไรให้ 40% )</p>
<p>ธกส.กำหนดจำนวนผลผลิตที่จะนำมาประกันต่อครัวเรือน ธกส.ไม่รับจำนำข้าวเปลือกทุกเม็ด เพราะต้องใช้เงินภาษีเพื่อช่วยเกษตรกร จึงช่วยเฉพาะเกษตรกรที่ยากจนเป็นหลัก เกษตรกรที่มีผลผลิตมาก (มีที่นาเป็นร้อยไร่ ) ได้รับผลประโยชน์เท่ากับเกษตรกรทั่วไป ( มีที่นา 10-20 ไร่ ) จะไม่ได้มากกว่า</p>
<p>เงินส่วนต่างที่ผมพูดถึงคือราคาขายกับราคาประกัน ราคาประกันธกส. ( รัฐบาล )เป็นผู้กำหนด ราคาขายกระทรวงพานิชย์เป็นผู้ประกาศ ถือเป็นราคาตลาด เงินส่วนต่างคือราคาประกัน &#8211; ราคาขาย สมมุติซื้อประกันรายได้ไว้ที่ 12,000 บาทต่อตัน ถ้าผลผลิตออกมาระหว่างที่กระทรวงพานิชย์ประกาศราคาตลาดที่ 8,000 บาทต่อตัน เกษตรกรจะได้รับเงินส่วนต่างที่ 12,000 &#8211; 8,000 = 4,000 บาทต่อตัน ประกันไว้ 20 ตัน ธกส.ก็จะนำเงิน 4,000 x 20 = 80,000 บาทใส่บัญชีให้ภายใน 3 วันทำการ </p>
<p>ปีที่เริ่มโครงการ จำนวนชาวไร่ข้าวโพด มีไม่มากแต่ได้รับประโยชน์กันทั่วหน้ากว่า 5 แสนครัวเรือน ราคาขายข้าวโพดช่วงนั้นต่ำกว่าราคาที่ได้ประกันไว้ รัฐบาลใช้เงินภาษีจ่ายเป็นเงินส่วนต่างไปประมาณ 5 พันล้านบาท</p>
<p>สำหรับชาวไร่มันสำปะหลังที่มีเกือบ 2 ล้านครัวเรือนและทำประกันรายได้ไว้กับ ธกส. ไม่ได้รับเงินจากรัฐบาลซักบาทเดียว เพราะราคาขายมันสำปะหลังช่วงนั้นสูงกว่าราคาประกัน ชาวไร่ไม่บ่น ทุกคนสบายใจ บอกดีแล้วที่ไม่ต้องรบกวนเงินภาษีของประชาชน</p>
<p>ส่วนชาวนาที่ได้มาทำประกันรายได้ไว้กับธกส. ถึงเวลาขายข้าวเปลือกปรากฎว่าราคาขายต่ำกว่าราคาประกัน รัฐบาลใช้เงินไป 6 หมื่นล้านบาท จ่ายส่วนต่างให้กับชาวนา ผ่านบัญชีของชาวนาที่เปิดไว้กับธกส. ไม่มีตกหล่น ได้กันครบเกือบ 5 ล้านครัวเรือน</p>
<p>ปัญหา อุปสรรค มีมากเหมือนกัน โครงการรูปแบบใหม่ ผู้ปฎิบัติไม่คุ้นเคย ต้องใช้เวลานานกว่าจะเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ข้อดีคือค่าบริหารต่ำมาก พันกว่าล้านบาทเท่านั้น ไม่มีค่าสีข้าว ไม่มีค่าโกดัง</p>
<p>ทะเบียนเกษตรกร เป็นหัวใจสำคัญ แต่ข้อมูลที่ทางราชการมีเป็นข้อมูลเก่า ไม่ทันสมัย ไม่สะท้อนความเป็นจริง ต้องรื้อใหม่หมด </p>
<p>ข้อมูลที่ได้รับจากชาวนาต้องทำประชาคมเพื่อช่วยกันตรวจสอบหลักฐาน ตรงนี้แหละครับที่มีรั่วไหล ชาวนาบางกลุ่มมีการแจ้งข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ที่ดินร้างไม่ได้ทำนาก็บอกว่าทำนา มี 100 ไร่ ก็ไปแบ่ง ไปซอยเป็นแปลงเล็กๆ ใช้ชื่อญาติพี่น้องเป็นนอมินี เพื่อจะได้สามารถประกันผลผลิตของตนได้ครบ หลีกเลี่ยงข้อกำหนดของธกส.ที่จำกัดจำนวนผลผลิตในการประกันของแต่ละครัวเรือน</p>
<p>การทุจริตที่กล่าวถึงมีเป็นส่วนน้อย ชาวนาส่วนใหญ่ซื่อสัตย์ สุจริต ผมได้สัมผัสด้วยตนเองตอนลงพื้นที่ คุณยายคนนึงถือโฉนด 10 ไร่มาประกันกับธกส. แต่ประกันผลผลิตเพียง 5 ไร่ บอกว่าทำเพียงแค่นี้ มีให้เห็นอย่างนี้หลายรายครับ</p>
<p>ถ้าต้องการช่วยเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ให้มีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวได้จริง โครงการประกันรายได้ต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ผมเสนอแนวทางอย่างนี้ครับ</p>
<p>รัฐบาลสร้างกลไกให้สามารถรับซื้อข้าวทุกเม็ดจากชาวนา ซื้อในราคาตลาด ซื้อในราคาที่รัฐบาลสามารถส่งออกได้ทันทีโดยไม่ต้องเก็บข้าวไว้ในโกดังเกินกว่าสามเดือน รัฐบาลทำตัวเป็นเสือตัวที่ 6 (วงการค้าข้่าวรู้กันว่ามี 5 บริษัทส่งออกข้าวที่เป็นยักษ์ใหญ่ เรียก 5 เสือ ) แข่งกับเสือทั้ง 5 ตัว ซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา วิธีนี้ป้องกันไม่ให้พ่อค้ากดราคาและยังช่วยดึงข้าวบางส่วนออกจากระบบในช่วงต้นฤดูที่ข้าวมีมากและราคาตก</p>
<p>ต้องจัดงบประมาณให้เพียงพอเพื่อใช้ในการบริหารการจัดทำทะเบียนเกษตรกรให้ครบบริบูรณ์ มีการซุ่มตัวอย่างตรวจสอบความถูกต้อง การมีทะเบียนเกษตรกรที่ทันสมัย แม่นยำจะช่วยรัฐบาลให้มีข้อมูลพร้อมเพื่อช่วยเหลิอเกษตรกรได้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ใช้ในโครงการประกันรายได้ แต่สามารถใช้ช้อมูลในการช่วยเหลือเกษตรกร กรณีภัยพิบัติ น้ำท่วมไร่นา ฝนแล้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>รัฐบาลถามตัวเองว่าพร้อมช่วยเกษตรกรด้วยเงินภาษีปีละเท่าไหร่ สมมุติว่า 1 แสนล้านบาท ก็จัดงบประมาณเงินจำนวนนี้ให้ธกส.ในแต่ละปี ไม่ควรก่อหนี้นอกระบบ มีเงินเท่าไหร่ก็ช่วยเท่านั้น จะได้ไม่เป็นภาระผูกพันไปถึงลูกถึงหลาน</p>
<p>คิดในใจว่าเลือกตั้งครั้งหน้า ( สงสัยอีกไม่นาน ) จะได้นำข้อเสนอนี้ให้กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้พิจารณา นำเป็นแนวนโยบายพรรคในการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2013/10/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>” ไทย ”  ร่อแร่</title>
		<link>https://korbsak.com/2013/09/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%88/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2013/09/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Sep 2013 13:32:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2387</guid>
		<description><![CDATA[อาการร่อแร่ครับ ประเทศของเรารวมถึงตัวพวกเราเองด้วย ชีวิตครอบครัวเริ่มเหนื่อยมากขึ้น รายได้อาจไม่หด แต่คำว่ามากขึ้นไม่มีให้เห็น ส่วนรายจ่ายไม่ต้องห่วง เพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย
 
ผลที่ตามมาไม่ต่าง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าประเทศ หรือกระเป๋าของตัวเรา
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาการร่อแร่ครับ ประเทศของเรารวมถึงตัวพวกเราเองด้วย ชีวิตครอบครัวเริ่มเหนื่อยมากขึ้น รายได้อาจไม่หด แต่คำว่ามากขึ้นไม่มีให้เห็น ส่วนรายจ่ายไม่ต้องห่วง เพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย</p>
<p>ผลที่ตามมาไม่ต่าง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าประเทศ หรือกระเป๋าของตัวเรา</p>
<p>กระเป๋าประเทศแฟบลง เคยค้าขายได้เงินตุงกระเป๋า วันนี้ค้าขายได้ไม่ดีเหมือนเดิม เช่น เคยส่งออกข้าว นำรายได้เข้าประเทศมากมาย สองปีที่ผ่านมา ควานหาคนที่พร้อมซื้อข้าวจากบ้านเราได้น้อยเหลือเกิน รายได้หายไปเกือบครึ่ง ประเทศรายได้น้อย รัฐบาลรายได้น้อยตามตัว แต่รายจ่ายรัฐบาลไม่หด มีแต่เพิ่ม ทำให้ติดลบ ต้องกู้ ต้องเป็นหนี้</p>
<p>กระเป๋าครอบครัวของเราก็เหมือนมีรูรั่วที่ก้น ยังดีที่ตอนนี้ไม่ตกงาน แต่รายได้ใส่กระเป๋าไม่เคยเพิ่ม รายจ่ายไม่ต้องพูดถึง เพิ่มทุกรายการ ค่าไฟ ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าอาหาร เกือบทุกรายการ บางคนไปไกล ซื้อรถ ซื้อคอนโด นั่งผ่อนแบบมองไม่เห็นอนาคต รายได้นิ่ง รายจ่ายเพิ่ม ทำให้ติดลบ ต้องกู้ ต้องเป็นหนี้เพิ่มไปอีก</p>
<p>ไม่ใช่คนไทยทุกคนมีความทุกข์ มีคนกลุ่มนึงที่ดูเหมือนจะสบายๆ อ่านข่าววันก่อนบอกรถหรูขายได้มากกว่าเดิม ศูนย์การค้าระดับอินเตอร์ก็ยังมีคนเดินหนาแน่น ของแพงเขาก็ยังเฉย บ่นนิดหน่อยเมื่อค่าเงินบาทอ่อน เพราะไปเที่ยวเมืองนอกต้องใช้เงินมากขึ้นแต่ก็ยังไป หุ้นตกไม่กล้าบ่น ไม่กล้าบอกใคร กลัวถูกตราหน้าว่าเป็นแมงเม่า</p>
<p>เศรษฐกิจสังคมบ้านเรามีปัญหา และเป็นปัญหาที่ไม่มีใครคิดแก้ ( รัฐบาลไหนที่คิดแก้ก็อยู่ได้ไม่นาน ) ช่องว่างระหว่าง คนมีมากและคนมีน้อย ถ่างขึ้นอย่างน่ากังวล</p>
<p>โครงสร้างทางเศรษฐกิจของเราพิกลพิการ โครงสร้างภาษีที่ควรปรับแก้ ไม่คิดทำ เก็บภาษีไม่เป็นธรรมยังไม่พอ การใช้เงินภาษี ใช้สุรุ่ยสุร่าย ผู้นำไปเมืองนอกเป็นว่าเล่น ใช้เงินภาษีอย่างไม่เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่นับตกหล่น เป็นเงินทอน เงินโกง.<br />
‘ กลไกตลาด ‘ ไม่มีจริง พ่อค้าน้ำมันบอกค้าเสรีต้องมีการแข่งขัน แต่ราคาหน้าปั๊มเท่ากันหมด แข่งแค่แจกน้ำดื่ม ธุรกิจการเงินบอกค้าเสรีแต่ดอกเบี้ยคิดเท่ากันหมด ธุรกิจไข่ไก่ปีละ 5 หมื่นล้านบาท ยอมให้พ่อค้ารายใหญ่รายเดียวคุมตลาดทั้งหมด</p>
<p>การแข่งขันเพื่อให้พวกเราได้ของดี มีคุณภาพ ในราคาเป็นธรรมหายากในรูปของ ‘ กลไกตลาด ‘ ที่แท้จริง การแก้ปัญหาของแพงจึงทำได้แค่ ‘ ธงฟ้า ‘<br />
ไม่นับวัฒนธรรมของการ ‘ ฮั้ว ‘ งานก่อสร้างจากระดับจิ๋วของปกครองท้องถิ่นถึงระดับเมกะโปรเจคของรัฐบาล ‘ ฮั้ว ‘ ประมูลแบ่งงานกันทั่วหน้า ถ้าจะบอกว่า ‘ เขา ‘ จัด ‘ ฮั้ว ‘ ได้ทุกโครงการก็คงไม่ผิด</p>
<p>ช่วงนี้ได้ยินแว่วๆว่ารัฐบาลกำลังหาทางออกให้ประเทศ ไม่เชื่อว่าเป็นการหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาที่บ่นให้ฟังข้างต้น น่าจะเป็นเรื่องของการเรียกร้อง ชวนให้ทุกฝ่ายมา ‘ ฮั้ว ‘ เพื่อลืมอดีต เพื่อนิรโทษกรรมสารพัดคดีที่ก่อขึ้นมา เสียมากกว่า</p>
<p>หาทางออกไม่เจอ ได้แค่ระบายความในใจในวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2013/09/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เงินกู้ – เงินผ่านมือ – เงินทอน</title>
		<link>https://korbsak.com/2013/04/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2013/04/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Apr 2013 03:37:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2374</guid>
		<description><![CDATA[เงินผ่านมือที่ไหน มีเงินทอน มีเงินตกหล่นที่นั่น ถามว่า 2 ล้านล้านบาทจะมีเงินทอน เงินตกหล่นบ้าง ไหม มีแน่ มีเท่าไหร่ มีเมื่อไหร่ อ่านต่อครับ
เพื่อนๆเคยสร้างบ้านใหม่ไหม ถ้าเคย คงจําได้ว่า ค่าใช้จ่ายมาเป็นระลอกๆ ไหนจะเป็นค่าที่ดิน ค่า สถาปนิก - วิศวกรออกแบบ ถ้าบ้านหลังใหญ่เสียค่าควบคุมงานอีกต่างหาก และที่มากสุดคือค่า ก่อสร้างของผู้รับเหมา ตบท้ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ หมดตัวได้ง่ายๆเลยละ
รัฐบาลจะสร้างถนน สร้างระบบป้องกันน้ําท่วม สร้างทางด่วน สร้างรถไฟความเร็วสุง ก็ไม่ต่างกันครับ ต้องจ่ายค่าที่ดิน ( บางครั้งต้องเวนคืนที่ดิน ) จ่ายค่าสถาปนิก - วิศวกร ช่างควบคุมงาน และจ่ายค่า ก่อสร้าง เหมือนสร้างบ้านหลังน้อยของเพื่อนๆทุกประการครับ จะต่างกันก็ที่ขนาดและความอลังการ เท่านั้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>￼เงินผ่านมือที่ไหน มีเงินทอน มีเงินตกหล่นที่นั่น ถามว่า 2 ล้านล้านบาทจะมีเงินทอน เงินตกหล่นบ้างไหม มีแน่ มีเท่าไหร่ มีเมื่อไหร่ อ่านต่อครับ</p>
<p>เพื่อนๆเคยสร้างบ้านใหม่ไหม ถ้าเคย คงจําได้ว่า ค่าใช้จ่ายมาเป็นระลอกๆ ไหนจะเป็นค่าที่ดิน ค่า สถาปนิก &#8211; วิศวกรออกแบบ ถ้าบ้านหลังใหญ่เสียค่าควบคุมงานอีกต่างหาก และที่มากสุดคือค่าก่อสร้างของผู้รับเหมา ตบท้ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ หมดตัวได้ง่ายๆเลยละ<br />
รัฐบาลจะสร้างถนน สร้างระบบป้องกันน้ําท่วม สร้างทางด่วน สร้างรถไฟความเร็วสุง ก็ไม่ต่างกันครับ ต้องจ่ายค่าที่ดิน ( บางครั้งต้องเวนคืนที่ดิน ) จ่ายค่าสถาปนิก &#8211; วิศวกร ช่างควบคุมงาน และจ่ายค่าก่อสร้าง เหมือนสร้างบ้านหลังน้อยของเพื่อนๆทุกประการครับ จะต่างกันก็ที่ขนาดและความอลังการ เท่านั้น</p>
<p>ตามดูรายการค่าใช้จ่ายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ว่าเงินจะผ่านมือเมื่อไหร่ ทอนกันตรงไหน อย่างนี้ครับ</p>
<p>เงินผ่านมือค่าที่ดินผมว่าปล่อยได้ เงินทอนหายากเพราะผู้ขายหรือผู้ถูกบังคับให้ขายคือประชาชนทั่วไป ไม่มีใครยอมให้มีเงินทอนแน่ ที่ต้องติดตามคือค่าออกแบบและควบคุมงาน ที่เรียกว่า ‘ ค่าใช้จ่ายที่ ปรึกษาโครงการ ‘ และค่ารับเหมาก่อสร้างครับ</p>
<p>วันนี้จะคุยถึงเงินผ่านมือที่เรียกว่า “ ค่าที่ปรึกษาโครงการ “ ก่อนครับ สําหรับเงินค่าก่อสร้างก้อนมหึมา รอติดตามช่วงต้นปีหน้าโน้นละครับ</p>
<p>ค่าที่ปรึกษาโครงการนี่ รัฐบาลจัดไว้หนักมาก ตั้งงบประมาณไว้สูงถึง 44,983 ล้านบาท ไปเล่าให้ใคร ฟังก็คงไม่มีใครเชื่อ ว่ารัฐบาลจะจ่ายค่าออกแบบ ค่าควบคุมงานถึง 4-5 หมื่นล้านบาท ( สงสัยจะจ้าง โคตรวิศวกรระดับเทพเลยทีเดียวละ )<br />
เม็ดเงินที่จะผ่านมือจากรัฐบาลไปที่บริษัทที่ปรึกษาแต่ละปีอย่างนี้ครับ</p>
<p>ปี 2556              3,292,845,112.00 บาท<br />
ปี 2557            13,705,571,414.00 บาท<br />
ปี 2558              8,965,795,116.00 บาท<br />
ปี 2559              2,997,103,118.00 บาท<br />
ปี 2560 &#8211; 61         442,786,000.00 บาท</p>
<p>รวมเงินผ่านมือ   <strong>44,982,752,760.00</strong> บาท<br />
( เฉพาะค่าออกแบบและควมคุมการก่อสร้างของโครงการรถไฟความเร็วสูงตั้งไว้ 12,500 ล้านบาท )</p>
<p>ถามว่า จะตกหล่นซักเท่าไหร่ ผมว่า 30 &#8211; 40 % ไม่น่าจะผิด เงินหล่นทับหัวคนคนเดียวหรือทั้งก๊วน<br />
ไม่หนี 10,000 &#8211; 15,000 ล้านบาท</p>
<p>ตัวเลขเงินตกหล่น เงินทอนจะสูงมาก เพราะวิทยายุทธในการบริหารโครงการแบบเหนือเมฆ   เริ่มด้วย</p>
<p>￼๑. ตั้งงบไว้สูงลิ่ว เผื่อค่าเงินทอนไว้้แล้ว บริษัทฯที่ปรึกษาไม่ต้องกังวลว่าจ่ายมากขนาดนี้แล้วจะโดนเข้าเนื้อ ( เสันทางรถไฟสายอิสาน สายใต้เลยหดสั้นจู๋ เพราะต้องเตรียมเงินทอนไว้มาก )</p>
<p>๒. ใช้ระเบียบการว่าจ้างที่ไม่ต้องมีการประกวดราคา ใช้วิธีประกวดแบบ ประกวดความสามารถทาง เทคนิค ( Technical proposal ) รัฐบาลจะเปิดซองราคา ( Price proposal ) เฉพาะของบริษัทที่ชนะ การประกวดแบบเท่านั้น กรรมการที่รัฐบาลตั้งจะเป็นผู้พิจารณาข้อเสนอและให้คะแนน ดําเนินการ เป็นการภายใน ไม่เปิดเผย (เลือกได้ตามใจชอบ)</p>
<p>รายการของ AF Voices หรือประกวดนางงามอย่างน้อยคนได้ดู ได้เห็น หลายรายการผู้ชมเป็นผู้ โหวต เป็นกรรมการเสียเอง แต่การประกวดแบบของรัฐบาลครั้งนี้ปิดเป็นความลับ อยากได้งาน แบบ ดีคงไม่พอ ต้องวิ่งเก่ง จ่ายเงินทอนมาก จึงจะถึงดวงดาว</p>
<p>มีข้อมูลในมือแล้ว ภาคประชาชนต้องช่วยกันตรวจสอบอย่างเข้มข้น เผื่อรัฐบาลใจอ่อนลดเงินทอนลงบ้าง เส้นทางรถไฟฟ้าจะได้ยาวขึ้นด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2013/04/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังหารือรถไฟไทย – จีน</title>
		<link>https://korbsak.com/2013/03/2363/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2013/03/2363/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Mar 2013 01:20:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2363</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงที่ผมทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์  ท่านนายกฯได้แต่งตั้งให้ผมเป็นประธานคณะกรรมการความร่วมมือ ไทย - จีน  ต่อมาเมื่อผมได้ลาออกเพื่อมาช่วยงานในฐานะเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้เข้าทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้แทน
 
ก่อนที่คุณสุเทพจะเดินทางไปจีน  ผมได้เรียนคุณสุเทพให้ทราบประเด็นข่าวว่าจีนได้มีข้อตกลงกับลาวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการรถไฟเชื่อมต่อระหว่างคุนหมิงกับลาว  คุณสุเทพเห็นว่าเราน่าจะได้ลองหารือกับจีนถึงความเป็นไปได้ที่จะได้มีการต่อเส้นทางจากประเทศลาว  ข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย ผ่านมาอุดร  ขอนแก่น โคราช ถึงกรุงเทพ  และต่อยาวลงไปสุดใต้ชนเขตแดนไทย - มาเลเซีย
 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงที่ผมทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์  ท่านนายกฯได้แต่งตั้งให้ผมเป็นประธานคณะกรรมการความร่วมมือ ไทย &#8211; จีน  ต่อมาเมื่อผมได้ลาออกเพื่อมาช่วยงานในฐานะเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้เข้าทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้แทน</p>
<p>ก่อนที่คุณสุเทพจะเดินทางไปจีน  ผมได้เรียนคุณสุเทพให้ทราบประเด็นข่าวว่าจีนได้มีข้อตกลงกับลาวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการรถไฟเชื่อมต่อระหว่างคุนหมิงกับลาว  คุณสุเทพเห็นว่าเราน่าจะได้ลองหารือกับจีนถึงความเป็นไปได้ที่จะได้มีการต่อเส้นทางจากประเทศลาว  ข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย ผ่านมาอุดร  ขอนแก่น โคราช ถึงกรุงเทพ  และต่อยาวลงไปสุดใต้ชนเขตแดนไทย &#8211; มาเลเซีย</p>
<p>คุณสุเทพได้นำผลการหารือกับฝ่ายจีนรายงานในครม.  สำหรับประเด็นรถไฟเส้นจากคุนหมิง  รัฐบาลจีนสนใจที่จะร่วมทุนกับรัฐบาลไทยและพร้อมที่จะส่งตัวแทนเข้าหารือทันทีที่ฝ่ายไทยพร้อม   ครม.รับทราบและได้มอบหมายให้ผมเป็นประธานคณะทำงานเพื่อหารือกับคณะของจีนทันที</p>
<p>รัฐบาลจีนส่งตัวแทนระดับอธิบดีที่ดูแลเรื่องรถไฟโดยเฉพาะเป็นหัวหน้าคณะในการหารือ  ก่อนที่จะหารือกับคณะฝ่ายไทย  คณะทำงานของจีนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ใช้เวลาสองวันเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพไปจังหวัดหนองคาย  และได้ไปดูสถานที่ที่อาจเป็นจุดที่จะสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขง เชื่อมไทย -ลาวด้วย แสดงให้เห็นถึงความจริงจังที่อยากจะให้โครงการนี้ไม่เป็นเพียงแค่ความฝัน</p>
<p>ใช้เวลา 3 วันในการหารือ  ความเห็นที่ตรงกันและเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์  เป็น วิน วิน  อยู่ในกรอบนี้ครับ</p>
<p>ควรตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง ไทย &#8211; จีน ขึ้นเพื่อดำเนินการโครงการนี้  เป็นการร่วมมืออย่างถาวร  ไทยต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่  ตอนนั้นผมเสนอไว้ที่ 60 /40 ( ต่อมามีการเจรจากลายเป็น 51 / 49 )<br />
บริษัทนี้จะเป็นผู้ดำเนินโครงการทั้งหมด ทุนจัดทะเบียนต้องเพียงพอที่จะสามารถขอเงินกู้ได้ การกู้เงินและใช้หนี้เป็นภาระของบริษัทร่วมทุน  รัฐบาลไทยไม่ต้องแบกภาระเงินกู้ (คุยนอกรอบว่าถ้ารัฐบาลจีนให้เงินกู้บริษัทฯนี้ในอัตราดอกเบี้ย  2% โครงการนี้วิ่งฉิวแน่นอน )<br />
บริษัทร่วมทุนนี้ต้องมีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ  ได้สัญญาสัมปทาน เช่าเส้นทาง ( คู่ขนานกับเส้นเดิมของรถไฟไทย ) และการดำเนินกิจการรถไฟกับการถไฟแห่งประเทศไทย<br />
ระบบของการเดินรถจะเป็นเทคนิคของจีนทั้งหมด  เพราะเป้าหมายคืออนุญาติให้รถไฟจีนขนนักท่องเที่ยวจากคุนหมิงมาไทย ผ่านไปมาเลเซีย โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ขบวนรถไฟจากจีนใช้ระบบรางของไทยได้  ส่วนรถไฟจากไทยก็สามารถวิ่งไปคุนหมิงได้เช่นเดียวกัน<br />
ในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงิน 180,000 ล้านบาทสำหรับเส้นทางหนองคาย &#8211; กทม  ทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 9 หมื่นล้านบาทก็เพียงพอ  รัฐบาลไทยควักกระเป๋า 51 % ของ 90,000 ล้าน  ประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท  ใช้เงินงบประมาณปีละ 1-2 หมื่นล้านได้อย่างสบายๆ</p>
<p>ที่มองต่างกันคือ รัฐบาลจีนต้องการเริ่มเส้นทางเดียวก่อนคือ  หนองคาย &#8211; กทม.  ซึ่งจะใช้เวลาอย่างน้อย 5 -6 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ  และทำจุดเชื่อมใหญ่ที่สถานีบางซื่อ ( เชื่อมต่อระหว่างระบบ meter gauge ของไทยกับระบบ standard gauge ของบริษัทฯร่วมไทย-จีน ) หลังจากนั้นจึงจะดำเนินการต่อสำหรับเส้นทาง กทม &#8211; ชายแดนใต้ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 6 &#8211; 7 ปี</p>
<p>ฝ่ายการเมืองไทยอยากให้ข้อตกลงไทย-จีนให้มีแผนครบทุกเส้นทางสำหรับไปทุกภาค  ซึ่งฝ่ายจีนตอบตกลง ( บอกผมว่าเป็นไปได้ยาก  จำนวนผู้โดยสารในประเทศรวมแม้นักท่องเที่ยวบางส่วนก็จะยังไม่เพียงพอ )</p>
<p>มีประเด็นเรื่องความเร็วของรถไฟด้วยว่าจะออกแบบให้เร็ว 150 กมต่อชม.  สำหรับรถโดยสาร  และ ประมาณ  80 &#8211; 100 กม.ต่อชม. สำหรับขนส่งสินค้า  จึงไม่ใช่ระบบหัวจรวดความเร็วสูงของแท้อย่างที่เข้าใจ</p>
<p>ฝ่ายจีนบอกความเร็วสูงแบบหัวจรวดไม่คุ้มค่าเพราะค่าก่อสร้างระบบรางจะแพงกว่าระบบความเร็วปกติถึงเกือบเท่าตัว  ท่านยังแซวผมว่า  รถไฟระบบใหม่นี้อาจไม่เร็วมากแต่ก็จะเร็วกว่าระบบที่ไทยมีอยู่เกือบเท่าตัว</p>
<p>หลังจากนั้นรัฐบาลเสนอรัฐสภาขออนุมัติในหลักการเพื่อเริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลจีน รัฐสภาให้ความเห็นชอบ กระทรวงคมนาคมรับเดินหน้าต่อ  ไปไม่ได้ไกลก็มีการยุบสภา  โครงการนี้พับไปโดยปริยาย  </p>
<p>78</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2013/03/2363/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พันธบัตรรัฐบาลร้อนๆจ้า</title>
		<link>https://korbsak.com/2013/03/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%86%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2013/03/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%86%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Mar 2013 02:19:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2334</guid>
		<description><![CDATA[ขอกู้เงินนี่ยากนะครับ ธนาคารจะตรวจคำขอละเอียดยิบ โดยเฉพาะเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกันเพราะกลัวลูกหนี้อย่างพวกเราจะเบี้ยวหนี้ สำหรับดอกเบี้ย ถ้าเครดิตของเราดี ธนาคารอาจคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำหน่อย แต่ถ้าเครดิตร่อแร่ จะโดนดอกเบี้ยสูงขึ้นทันที แปลความได้ว่าถ้าสถานะผู้กู้ไม่ค่อยจะตรงสเปก ต้องขอเหยียบให้ติดดินหนักกว่าธรรมดาเล็กน้อย ( เจ้าหนี้บอก...เพราะฉันต้องเสี่ยงกับคุณมากเป็นพิเศษ )
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอกู้เงินนี่ยากนะครับ ธนาคารจะตรวจคำขอละเอียดยิบ โดยเฉพาะเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกันเพราะกลัวลูกหนี้อย่างพวกเราจะเบี้ยวหนี้ สำหรับดอกเบี้ย ถ้าเครดิตของเราดี ธนาคารอาจคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำหน่อย แต่ถ้าเครดิตร่อแร่ จะโดนดอกเบี้ยสูงขึ้นทันที แปลความได้ว่าถ้าสถานะผู้กู้ไม่ค่อยจะตรงสเปก ต้องขอเหยียบให้ติดดินหนักกว่าธรรมดาเล็กน้อย ( เจ้าหนี้บอก&#8230;เพราะฉันต้องเสี่ยงกับคุณมากเป็นพิเศษ )</p>
<p>นั่นคือเรืองของประชาชนหรือธุรกิจที่เป็นผู้ขอกู้เงิน</p>
<p>แต่ถ้ารัฐบาลเป็นผู้ขอกู้เงินละ ไม่ต้องพูดเลยครับ ต่างจากกรณีของเรา ฟ้ากับดิน เลยที่เดียว </p>
<p>เมื่อรัฐบาลขอกู้เงิน โดยเฉพาะจากพวกเรา เขาเพียงแค่ออกเศษกระดาษหนึ่งใบที่เรียกว่าพันธบัตรรัฐบาล เท่านั้นพวกเราก็รีบเข้าคิวเรียงแถวกันไปซื้อ แห่กันขนเงินไปให้กู้ เอาเงินไปให้เขาเพื่อแลกกับพันธบัตรที่ว่านี้ โดยไม่กังวลว่ารัฐบาลจะเบี้ยวหนี้ ถึงแม้บางครั้งหน้าตาของคนเป็นรัฐบาลดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ก็ตาม เพราะเราถือว่ารัฐบาลกู้ในนามประเทศไทย เราเชื่อในเครดิตของประเทศ เราให้กู้ได้โดยไม่สนเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน</p>
<p>มีข่าวดีครับ ข่าวว่าปีนี้รัฐบาลเตรียมขอกู้เงินจากพวกเราจำนวนมากทีเดียว ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท ช่วงเวลาที่จะขอกู้คือ 7 ปี ปีละ 3 แสนล้าน รัฐบาลจะขอแลกด้วยกระดาษหนึ่งใบที่เรียกว่าพันธบัตรรัฐบาลนี่แหละครับ แต่เป็นกระดาษที่ระบุว่าจะจ่ายผลประโยชน์ให้เป็นดอกเบี้ย น่าจะประมาณ 4-5 % ต่อปี แล้วแต่ว่าเราจะให้รัฐบาลกู้ยาวนานแค่ไหน อัตราดอกเบี้ยได้อย่างมากก็แคนี้ เพราะรัฐบาลในฐานะผู้กู้บอกว่า ‘ เครดิตผมดีครับ ‘</p>
<p>เราซื้อพันธบัตรรัฐบาล เราไม่สนด้วยนะครับว่ารัฐบาลจะนำเงินไปทำอะไร ขอให้จ่ายดอกเบี้ยตรงเวลาเป็นใช้ได้และเมื่อถึงกำหนดเวลาไถ่ถอน เงินต้นต้องคืนให้ครบด้วยนะ</p>
<p>ส่วนรัฐบาลเมื่อได้เงินแล้ว เขาจะนำเงินกู้ในครั้งนี้ไปลงทุนในสารพัดโครงการ การลงทุนนั้นใช้เวลากว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยหวังว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จ โครงการจะสร้างรายได้เข้าประเทศ เพียงพอที่จะนำมาใช้หนี้<br />
ได้ครับ</p>
<p>ความยากคือ รัฐบาลมีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยจากการกู้นี้ทันทีที่เริ่มขายพันธบัตร เมื่อครบตามเป้า หลังปีที่ 7 จะต้องจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยปีละประมาณแสนล้านบาท จึงมีคำถามว่า รัฐบาลจะใช้เงินจากไหนมาจ่ายค่าดอกเบี้ยและเงินต้น</p>
<p>รัฐบาลจะใช้เงินที่เก็บจากรายได้จากภาษีมาจ่ายค่าดอกเบี้ยและเงินต้นครับ ถ้าไม่พอก็อาจต้องกู้เพิ่ม ซึ่งจะทำให้รายจ่ายค่าดอกเบี้ยแต่ละปีมากขึ้นไปอีก วนเป็นงูกินหางและจะเป็นอย่างนี้หลายปีครับ จนกระทั่งโครงการที่ได้ลงทุนไปแล้วเริ่มออกดอกออกผลนั่นละ เราถึงจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ได้</p>
<p>ประเด็นจึงมีอยู่นิดเดียวครับ โครงการที่จะต้องกู้เงินลงทุนมากมายขนาดนี้ จะสร้างรายได้ให้กับประเทศในอนาคตได้จริงหรือไม่ เป็นคำถามที่วันนี้อาจไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เป็นประเด็นสำคัญที่คนที่เป็นมันสมองของประเทศควรสุมหัวช่วยกันคิด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า การลงทุนครั้งนี้จะสร้างรายได้ให้กับประเทศในอนาคตได้อย่างแน่นอน เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองต้องตัดออกไปให้ได้ครับ</p>
<p>อย่าลืมว่าหนี้จากการกู้ครั้งนี้จะใช้เวลา 50 ปีกว่าจะเคลียร์ได้ ถ้าทำพลาดอนาคตลูกหลานของเราดับสนิทแน่นอนครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2013/03/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%86%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เงินมาเดี๋ยวก็จากไป</title>
		<link>https://korbsak.com/2013/03/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%9b/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2013/03/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Mar 2013 02:11:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2338</guid>
		<description><![CDATA[‘ Living is all about cash flow ‘ การดำเนินชีวิตเป็นเรื่องของเงินสดหมุนเวียนเท่านั้น

ช่วงไหน เงินสดขาดมือ ความทุกข์ก็เข้ามาเยือน ช่วงไหนเงินสดมากพอ ชีวิตดูจะชื่นมื่น

หนี้สินมีมากน้อยเพียงใด บางทีไม่มีความหมาย ตราบที่เงินสดหมุนเวียนวันต่อวัน เดือนต่อเดือน เพียงพอที่จะเดินหน้าต่อได้

ชีวิตที่รู้จักพอเพียง หาได้น้อย ใข้น้อย หาได้มาก ใช้มาก จึงเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>‘ Living is all about cash flow ‘ การดำเนินชีวิตเป็นเรื่องของเงินสดหมุนเวียนเท่านั้น</p>
<p>ช่วงไหน เงินสดขาดมือ ความทุกข์ก็เข้ามาเยือน ช่วงไหนเงินสดมากพอ ชีวิตดูจะชื่นมื่น</p>
<p>หนี้สินมีมากน้อยเพียงใด บางทีไม่มีความหมาย ตราบที่เงินสดหมุนเวียนวันต่อวัน เดือนต่อเดือน เพียงพอที่จะเดินหน้าต่อได้</p>
<p>ชีวิตที่รู้จักพอเพียง หาได้น้อย ใข้น้อย หาได้มาก ใช้มาก จึงเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข</p>
<p>ประเภทเงินเข้ามาน้อยกว่าเงินออกไป แถมเงินที่เข้า ไม่ได้มาจากหยาดเหงื่อแต่เป็นเงินกู้ แรกๆอาจไปได้ พอหยิบยืมได้บ้าง แต่มักจบที่สุดท้ายไม่มีใครให้กู้ ชีวิตเริ่มตกต่ำ่ ไม่นานเกินรอจะเต็มไปด้วยความทุกข์</p>
<p>ประเทศก็ไม่ต่างครับ การบริหารประเทศ ขึ้นอยู่กับบริหาร ‘ cash flow ‘ บริหาร ‘ เงินสดหมุนเวียน ‘ เป็นหลัก</p>
<p>ช่วงไหนที่รัฐบาลมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย บ้านเมืองจะเดินหน้าได้อย่างสบายๆ คนในประเทศมีความสุข</p>
<p>ตรงกันข้าม ถ้ารัฐบาลใช้จ่ายเกินตัว รายได้ไม่เพียงพอ ต้องถึงกับกู้เงินมาใช้จ่าย แรกๆจะดูดี หาคนให้กู้ไม่ยาก พอคุยได้ว่าเศรษฐกิจกำลังเดินหน้า</p>
<p>แต่ถ้าต้องพึ่งเงินกู้เพื่อ cash flow ไม่ติดลบ ต้องกู้ติดต่อกันทุกปี คนที่ให้กู้จะเริ่มคิดมาก ชักจะไม่อยากให้กู้ หรือถ้าให้กู้ ก็จะคิดดอกเบี้ยแพงหูฉี่ </p>
<p>ดอกเบี้ยแพง ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น cash flow รัฐบาลเริ่มสะดุด เศรษฐกิจดิ่งเหว คนในประเทศหน้าตาม่นหมอง ความทุกข์มาเยือน</p>
<p>ตัวอย่างที่มีให้เห็นในต่างประเทศคือ วิกฤติของกลุ่มประเทศสมาชิกยูโร ที่รัฐบาลประเทศเหล่านั้นขอกู้เงินจากใครก็ไม่ได้ ถ้ากู้ได้ดอกเบี้ยจะสูงมาก มากจนกู้ไม่ไหว</p>
<p>บ้านเราเริ่มมีให้เห็นแล้วเหมือนกัน เป็นข่าวไม่กี่วันมานี้ </p>
<p>Cash flow ของธกส. มีปัญหา เพราะรัฐบาลขอให้ธกส.กู้เงินแทนรัฐบาลแต่รัฐบาลไม่ใช้หนี้คืน รายได้ของธกส.จึงไม่เพียงพอกับรายจ่ายตามนโยบายรัฐบาล วันนี้คนของธกส.มีแต่ความทุกข์</p>
<p>Cash flow ของรัฐบาลก็มีปัญหา รัฐบาลจึงเตรียมออกกฎหมายเพื่อขอให้สส. ( ตัวแทนคนไทย ) เห็นชอบให้รัฐบาลกู้เงินอีก 2.2 ล้านล้านบาท เป็นเพราะรัฐบาลต้องการใช้เงินมาก มากเกินกว่าเงินเข้า ที่มาจากรายได้ในการเก็บภาษี ( หยาดเหงื่อประชาชน )</p>
<p>โจทย์วันนี้ของประเทศไทยคือ เงินกู้ที่รัฐบาลจะออกเป็นกฎหมายและขอให้สส.อนุมัติเพื่อนำไปลงทุนนั้น กำหนดได้ไหมว่าภายในเดือนไหน ปีไหน เงินที่กู้นี้จะเกิดประโยชน์และทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น มากเพียงพอที่ Cash flow จะกลายเป็นบวก และรัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เพื่อมาใช้จ่ายอีกต่อไป</p>
<p>เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องบอกกับคนไทยผู้ที่ต้องแบกภาระเงินกู้จำนวนนี้ในอนาคต นโยบายของรัฐบาลที่บอกว่า ‘ จะทำให้คนไทยมีความสุข ‘ จะได้ไม่เป็นเพียงแค่คำพูดสวยหรูเท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2013/03/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>(คลิป)โครงการรับจำนำ โกงกันอย่างไร</title>
		<link>https://korbsak.com/2012/12/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2012/12/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Dec 2012 04:16:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[วิดีโอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2259</guid>
		<description><![CDATA[คลิปสองนาทีเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า &#8220;โครงการรับจำนำ โกงกันอย่างไร.&#8221;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คลิปสองนาทีเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า &#8220;โครงการรับจำนำ โกงกันอย่างไร.&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2012/12/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายข้าวแบบ จี ทู จี (ผี)</title>
		<link>https://korbsak.com/2012/12/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%97%e0%b8%b9-%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b5/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2012/12/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%97%e0%b8%b9-%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Dec 2012 02:49:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2239</guid>
		<description><![CDATA[ตัวย่อ จี มาจาก Government แปลว่า รัฐบาล จี ทู จี หมายถึง รัฐบาล ต่อ รัฐบาล

ประเทศไทยค้าขายกับต่างประเทศมานานแล้ว ตัวละครมีเพียงสองคือรัฐบาลและเอกชน จับคู่สลับกัน ไปมา เอกชนค้ากับเอกชน เอกชนค้ากับรัฐบาล และรัฐบาลค้ากับรัฐบาล]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทําไมต้อง จี ทู จี</strong></p>
<p>ตัวย่อ จี มาจาก Government แปลว่า รัฐบาล จี ทู จี หมายถึง รัฐบาล ต่อ รัฐบาล</p>
<p>ประเทศไทยค้าขายกับต่างประเทศมานานแล้ว ตัวละครมีเพียงสองคือรัฐบาลและเอกชน จับคู่สลับกัน ไปมา เอกชนค้ากับเอกชน เอกชนค้ากับรัฐบาล และรัฐบาลค้ากับรัฐบาล</p>
<p>ถ้าเอกชนค้ากับเอกชน ไม่เกี่ยวกับคนอื่น แต่ถ้าเอกชนค้ากับรัฐบาล เจ้าของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง ทันที รัฐบาลต้องทําตามระเบียบเมื่อค้าขายกับเอกชน ไม่ว่าจะซื้อหรือจะขาย ต้องโปร่งใส ให้มีการ แข่งขันและต้องตรวจสอบได้</p>
<p>แต่ถ้าเป็นการค้าขายระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ความน่าเชื่อถือมีสูงขึ้น ระเบียบยอมให้มีการตกลง ทางการค้าระหว่างสองรัฐบาลได้โดยไม่ต้องมีการแข่งขัน ไม่ต้องมีการประมูล เพราะถือเป็นเครดิตของ รัฐบาลทั้งสองฝ่าย</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นบ่อยครั้งคือการซื้ออาวุธของกองทัพ เราจะได้ยินบ่อยครั้งจากกองทัพว่าคนไทย เจ้าของเงินภาษีไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ เพราะเป็นการจัดซื้อแบบ จี ทู จี อย่างนี้เป็นต้น</p>
<p><strong>จี ทู จีมาแล้วกี่ครั้ง</strong></p>
<p>รัฐบาล ‘ทักษิณคิด เพื่อไทยทํา ‘ ชอบจี ทู จี มาก งานแรกหลังชนะเลือกตั้งน่าจะเป็นการซื้อแท็บเล็ต ให้เด็กๆอ้างว่าซื้อแบบจีทูจี ผมว่าเป็นจีทูจีกลายพันธ์ุครับเพราะสุดท้ายรัฐบาลกลายเป็นผู้ จัดการประมูลซื้อแท็บเล็ตเสียเอง โดยอนุญาตให้บริษัทเอกชนจากประเทศจีนมีสิทธิเป็นผู้ประมูล เท่านั้น บริษัทจากประเทศอื่นไม่มีสิทธิ</p>
<p>งานที่สองนี่เล่นหนัก รัฐบาลนําข้าวที่ซื้อมาจากชาวนาในโครงการรับจํานํา มาขายต่อ รัฐบาลรายงาน คนไทยเจ้าของเงินว่ารัฐบาลขายข้าวแบบ จี ทู จี เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามว่าประมูลเมื่อไหร่ อย่างไร เพราะ จี ทู จี ไม่มีประมูล รวมทั้งรัฐบาลยังจําเป็นต้องปิดข้อมูลการซื้อขายไว้เป็นความลับ ต่อท้ายว่า รัฐบาลได้ขายข้าวแบบ จี ทู จี ไปได้หลายประเทศแล้ว</p>
<p>ส่วนนายกหญิงออกมาจ้อหน้าจอ ย้ําว่าขายจี ทู จี ได้จริง มีเอ็มโอยู อยู่ในกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ในวัน นั้นรัฐมนตรีพาณิชย์ รัฐมนตรีคู่ใจของนายกหญิงบอกต่อว่า ไปไกลแล้ว ยิ่งกว่า เอ็มโอยู เสียอีก ถึงขั้น ทําสัญญาเรียบร้อยแล้วด้วย</p>
<p>น้องๆสื่อรุกถามขอดูสัญญาหน่อย รู้นะว่าขาดทุนแน่ เพราะซื้อมาแพง แต่อยากรู้ว่าขาดทุนเท่าไหร่ (คนไทยเฝ้าฟังด้วยความระทึกใจว่า จะขาดทุนมากไหมหนอ เงินภาษีของฉันทั้งนั้น) คําตอบจากปาก นายกหญิง ‘ ราคาขายและจํานวนที่ขายบอกไม่ได้ ขอปิดเป็นความลับค่าาา ‘</p>
<p><strong>จี ทู จี ( ผี ) หลอกคนไทยทั่วประเทศ</strong></p>
<p>คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์นําข้อมูลการขายข้าวมาเปิดเผยให้คน ไทยเจ้าของเงินรับรู้ในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล คนไทยโดนผีหลอกกันทั่วประเทศ เพราะเจ้า ‘ จี ‘ ที่รัฐบาลบอกว่าเป็นรัฐบาลจีนที่มาซื้อข้าวจากรัฐบาลไทยนั้น ที่แท้กลายเป็น ผีตัวเป็นๆ ไปซะงั้น</p>
<p>ถ้าจะลําดับความชั่วร้ายของกระบวนการ รวมทั้งความสลับซับซ้อนแล้ว เชื่อว่าแนวคิดการทําชั่วระดับ เซียนสําหรับการซื้อข้าวของผีครั้งนี้ จะเรียกว่า ‘ ทักษิณคิด ผีทํา ‘ ก็คงไม่ผิดนัก</p>
<p>ท่านผู้อ่านเคยอ่านหนังสือจากบทสุดท้ายก่อนบทต้นๆไหมครับ ถ้าไม่เคยน่าจะลองดู เพราะจะเข้าใจ เนื้อหาได้ง่ายขึ้น ผมว่านะ</p>
<p>ผมขอทดสอบโดยเริ่มที่บทสุดท้ายก่อนครับ เริ่มที่ตอนจบ ‘ ทักษิณคิด ผีทํา ‘ รูปนี้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย คนและผี ควงคู่กัน</p>
<p><img src="http://sphotos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/487138_494705303903690_1950351604_n.png" alt="" /></p>
<p><strong>ซื้อขาย ต้องมีการชําระเงิน เขาชําระเงินกันอย่างไร</strong></p>
<p>ถ้าผู้ซื้อเป็น จี จากจีนจริง เงินเข้าบัญชีหลวงต้องมีเส้นทางที่มาจากแดนไกล จากรัฐบาลจีน จาก ประเทศจีน</p>
<p>แต่นี้เป็นจีผี เงินที่ได้รับจึงมาจากบัญชีผี</p>
<p>รูปนี้เป็น statement ธนาคาร บัญชีของกรมการค้าต่างประเทศ เงินที่ได้จากการขายข้าวนํามาเข้า บัญชีนี้ครับ</p>
<p><img src="http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/483576_494706683903552_184053231_n.png" alt="" /></p>
<p>ขอนําข้อมูลของคุณหมอมาฉายซ้ํา ที่อยากให้ดูคือรายการของวันที่ 12 ตค. 55 ‘ 527,177,652.00 กับ 177.000.000.00 รวมแล้วเป็นเงินกว่า 700 ล้านบาท ( กรอบแดง )</p>
<p>ผู้ซื้อข้าวนําเงินไปซื้อ ‘ แคชเชียร์เช็ค ‘ สองใบ สั่งจ่าย กรมการค้าต่างประเทศ จ่ายเป็นค่าข้าว เข้า บัญชีตามรายการนี้ ครับ</p>
<p>คุณหมอวรงค์กล่าวหาว่าสมคิดเป็นคนที่นําเงินไปซื้อแคชเชียร์เช็คทั้งสองใบ ไม่ใช่รัฐบาลจีนจากไหน ทั้งสิ้น คุณหมอกล่าวหาแรงนะ</p>
<p>หน้าตา cashier cheque เป็นอย่างนี้ครับ</p>
<p><img src="http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/424972_494708007236753_1231930827_n.png" alt="" /></p>
<p>พวกเรานั่งดูทีวีอยู่ทางบ้าน สงสัยอยู่ว่านายกจะนําหลักฐานมาแสดงไหมว่า เช็คทั้งสองฉบับที่หลวงนํา เข้าบัญชีนั้น เป็นเช็คที่ได้รับมาจากรัฐบาลจีนจริง ไม่ใช่จากคนชื่อสมคิด</p>
<p>แต่&#8230;ไม่มีคําตอบหรือคําชี้แจง&#8230;จากนายกรัฐมนตรีหญิง</p>
<p>ส่วนฝ่ายข้าราชการประจํา ไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ข้าราชการที่มีหน้าที่ดูแลบัญชีหลวงโดยตรง เงียบเป็นเป่าสาก เช่นกัน</p>
<p><strong>สมคิดคือใคร</strong></p>
<p>คุณหมอวรงค์นําภาพบ้านของสมคิดมาโชว์ รูปบนเป็นหน้าบ้านของบ้านสมคิด รูปล่างเป็นภาพบ้าน ของภรรยา ดูสภาพบ้านแล้ว ทําให้นึกถึง คนรถ คนสวน คนใช้ ที่เป็นตัวละครในคดีซุกหุ้นของคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตรครับ</p>
<p><img src="http://sphotos-g.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/29347_494708897236664_1027648415_n.png" alt="" /></p>
<p>มีอีกครับ มีหลักฐานโยงต่อว่า สมคิดเป็นผู้ที่ได้รับมอบอํานาจจาก นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร วงการ เรียกชื่อว่า‘เสี่ยเปี้ยง’ ให้เป็นผู้ไปจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทสยามอินดิก้าจํากัดเมื่อวันที่๑๓มกราคม ๒๕๔๗ นั่นเอง เสี่ยเปี้ยงนี่ครับที่เรียกกันว่า ผีตัวเป็นๆ</p>
<p><img src="http://sphotos-d.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/483534_494709450569942_1616616457_n.png" alt="" /></p>
<p>คุยให้ฟังถึงตอนนี้แล้วอยากจะหยุดไว้ก่อน เพราะข้อมูลเท่านี้เพียงพอ ที่รัฐบาลจะต้องรีบให้คําตอบต่อพี่น้องคนไทยเจ้าของประเทศ โดยเร็ว</p>
<p>รัฐบาลต้องยืนยันว่า</p>
<p>1. รัฐบาลไม่ได้นําเงินที่ผ่านการฟอกมาเข้าบัญชีหลวง เงินที่ได้รับเข้าบัญชีกรมการค้าต่างประเทศเป็น เงินจากผู้ซื้อข้าวตัวจริง และผู้ซื้อข้าวนี้คือรัฐบาลจีน</p>
<p>2. รัฐบาลพร้อมเปิดเผยข้อมูลว่าข้าวที่ขายไปทั้งหมดนี้ ขายได้เป็นเงินเท่าไหร่ ในราคาเท่าไหร่</p>
<p>ถ้าตอบได้ เรื่องนี้จบ ถ้าไม่ตอบหรือทําเงียบ ยุ่งแน่</p>
<p>คนไทย เจ้าของเงิน เขาไม่ยอมแน่ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2012/12/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%97%e0%b8%b9-%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="s:125:&quot;a:5:{s:6:&quot;format&quot;;s:14:&quot;default-format&quot;;s:8:&quot;keywords&quot;;s:0:&quot;&quot;;s:6:&quot;author&quot;;s:0:&quot;&quot;;s:6:&quot;length&quot;;s:0:&quot;&quot;;s:8:&quot;explicit&quot;;s:0:&quot;&quot;;}&quot;;" length="" type="" />
		</item>
		<item>
		<title>ผิดตั้งแต่ต้นน้ำ</title>
		<link>https://korbsak.com/2012/07/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/</link>
		<comments>https://korbsak.com/2012/07/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jul 2012 04:53:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.korbsak.com/?p=2274</guid>
		<description><![CDATA[ธนาคารโลกประเมินกรณีอุทกภัยปี ๒๕๕๔ เสียหายกว่า ๑.๔๔ ล้านบาท เหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากมายขนาดนี้คงเถียงยาก ว่าส่วนหนึ่งไม่ได้มาจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด
วันนี้รัฐบาลเตรียมใช้เงิน ๓ แสนล้าน เพื่อแก้ปัญหาการจัดการเรื่องทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างยั่งยืนและถาวร โดยหวังว่าอนาคตเมื่อมีฝนมาก จะไม่เกิดน้ำท่วมถึงกับบ้านเมืองเสียหายยับเยินเหมือนที่ผ่านมา  รัฐบาลกล้าหาญมาก งานใหญ่ขนาดนี้รัฐบาลยังตั้งเป้าว่าจะจัดการทุกอย่างให้แล้วเสร็จภายใน ๓-๕ ปี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารโลกประเมินกรณีอุทกภัยปี ๒๕๕๔ เสียหายกว่า ๑.๔๔ ล้านบาท เหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากมายขนาดนี้คงเถียงยาก ว่าส่วนหนึ่งไม่ได้มาจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด<br />
วันนี้รัฐบาลเตรียมใช้เงิน ๓ แสนล้าน เพื่อแก้ปัญหาการจัดการเรื่องทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างยั่งยืนและถาวร โดยหวังว่าอนาคตเมื่อมีฝนมาก จะไม่เกิดน้ำท่วมถึงกับบ้านเมืองเสียหายยับเยินเหมือนที่ผ่านมา  รัฐบาลกล้าหาญมาก งานใหญ่ขนาดนี้รัฐบาลยังตั้งเป้าว่าจะจัดการทุกอย่างให้แล้วเสร็จภายใน ๓-๕ ปี</p>
<p>ย้อนหลังกันไปซักนิด</p>
<p>เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีนายกรัฐมนตรีหญิงนั่งหัวโต๊ะ หลังจากนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการเพิ่มอีกสองคณะเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕  ที่จะคุยถึงในวันนี้เป็นงานของคณะที่ชื่อ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) มีคุณปลอดประสพ เป็นประธาน</p>
<p>เวลาผ่านไป ๔ เดือน ไม่แน่ใจว่าคุณปลอดได้ประชุมไปกี่ครั้ง ช่วงนี้ได้ฤกษ์ดี เริ่มเดินหน้าโครงการแล้วครับ</p>
<p>ผมเรียกว่าเป็นการเริ่มนับหนึ่งเพราะถือว่า จากนี้ไปเป็นการเข้าสู่โหมดปฎิบัติจริง เข้าสู่โหมดการใช้เงินแบบเป็นกอบเป็นกำ งานที่ผ่านมาเกือบปี ประชุมบ้าน้ำลายกันแค่ไหน ไม่ว่ากัน เพราะอย่างเก่งก็แค่เสียเวลา เสียค่าเบี้ยประชุม ไม่ซีเรียสมากนัก แต่จากนี้ไป ต้องตามดูอย่างใกล้ชิดทีเดียว</p>
<p>โดยปกติ ไม่ว่าจะทำงานชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ ออกตัวครั้งแรกถือเป็นเรื่องสำคัญสุด โบราณพูดไว้เสมอว่า &#8216;เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง&#8217;   แต่แปลก รัฐบาลเริ่มต้น &#8216;โครงการ&#8217; กลับไม่ค่อยสวย ไม่ค่อยดีครับ </p>
<p>นับหนึ่งของโครงการคือ รัฐบาลอยากได้คนเก่ง อยากได้บริษัทฯที่มีผู้เชี่ยวชาญประจำ ที่ทำงานเต็มเวลา (นักวิทยาศาสตร์ วิศวฯ สถาปัตยฯ วนศาสตร์ ธรณีวิทยา อุตุฯ อุทกภัย ฯลฯ)  รัฐบาลได้ออกประกาศเชิญชวน ธุรกิจเอกชนทั้งในประเทศและในต่างประเทศ ให้ร่วมแข่งขัน นำเสนอกรอบความคิด (Conceptual Plan) เพื่อนำไปสู่การออกแบบ ก่อสร้าง &#8216;โครงการ&#8217;</p>
<p>ความหมายของงานที่เรียกว่า &#8216;กรอบความคิด &#8211; Conceptual Plan&#8217; อาจอธิบายได้อย่างนี้  </p>
<p>รัฐบาลแบ่งแผนงานออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือส่วนพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนนี้มี ๘ แผนงาน สำหรับกลุ่มที่สองคือส่วนของ ๑๗ ลุ่มน้ำที่เหลือ ส่วนนี้มีอีก ๖ แผนงาน  รวมทั้งหมดเป็น ๑๔ แผนงาน  </p>
<p>รัฐบาลต้องการหาคนเก่งๆ บริษัทดีๆ  ฝีมือระดับเทพว่างั้นเถอะ มาช่วยคิดในการวางกรอบว่า ๑๔ แผนงานที่รัฐบาลวางแผนจะดำเนินการนั้น  ควรใช้กรอบความคิดในการแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อให้ทั้ง ๑๔ แผนงานทำได้จริง เกิดประโยชน์สูงสุด ในทิศทางเดียวกัน</p>
<p>รัฐบาลยังบอกด้วยว่าถ้าใครคิดว่าต้องมีมากกว่า ๑๔ แผน ให้เสนอมาได้  แต่ต้องแยกออกจากข้อเสนอ ๑๔ แผนเดิม  และถ้าต้องใช้เงินเพิ่ม ให้เสนอแหล่งเงินที่ต้องกู้เพิ่มด้วย</p>
<p>ฟังดูแล้วดีไปหมดเลยครับ แต่พออ่านไปถึงกระบวนการ วิธีการที่จะสรรหาคนเก่งๆ บริษัทดีๆ ตามที่กล่าวไว้เมื่อซักครู่ ต้องขอบอกว่า  &#8216;อีกแล้วหรือนี่ เพื่อนเรา&#8217;</p>
<p>ขอพูดส่วนที่พอรับได้ก่อนก็แล้วกัน</p>
<p>รัฐบาลบอกว่า ธุรกิจใดก็ตามที่สนใจและสอบผ่านคุณสมบัติตามที่ได้กำหนดไว้  รัฐบาลจะรับพิจารณาหมดทุกราย แสดงว่าจะไม่มีการทำ short list คือไม่มีการคัดเลือกรอบแรก ดำเนินการตามรูปแบบนี้ไม่แปลกนัก พอรับได้</p>
<p>(ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เห็นใจภาคเอกชนที่เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน จัดเตรียมข้อเสนอมาอย่างดี แต่มาโดนเขี่ยออกเพราะขาดคุณสมบัติ ถ้ามีคัดเลือกรอบแรก โดนเขี่ยออกตั้งแต่ต้นอาจดีกว่า)</p>
<p>ที่ตำหนิว่าเริ่มต้นนับหนึ่งไม่สวย ไม่ควร คือคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ประมูลที่กำหนดไว้ในเอกสาร TOR  ข้อที่ ๒.๓ ครับ แย่มากเลย</p>
<p>อ่านได้อย่างนี้  &#8216; &#8230;.ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการออกแบบระบบ&#8230;.หรืองานออกแบบหรือก่อสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ &#8230;.ในไทยหรือในต่างประเทศ มูลค่าการก่อสร้างไม่น้อยกว่าสามหมื่นล้านบาท &#8230;.&#8217;</p>
<p>รัฐบาลกำลังเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมารายใหญ่ได้สิทธิในการเป็นผู้เข้าประกวดแข่งขันการเสนอกรอบความคิด &#8211; Conceptual Plan เพราะ TOR ใช้คำว่า &#8216;งานออกแบบ หรือ งานก่อสร้าง&#8217;  ผมทำงานด้านบริหารโครงการมาตั้งแต่อายุ ๒๓ วันนี้จะ ๖๔ อยู่แล้ว  ไม่เคยพบเคยเห็นวิธีการบริหารโครงการ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ที่จะให้ผู้รับเหมามีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะงานที่เป็นการวางกรอบความคิด หรือแม้กระทั่งงานด้านการออกแบบเบื้องต้น  </p>
<p>อาจจะมีก็เฉพาะประเภทที่เชิญเขาเข้ามาลงทุน  พร้อมนำเม็ดเงินมาด้วย ผมใช้คำว่าอาจจะ เพราะไม่เคยเห็นจริงๆ ว่าเจ้าของงานที่ไหน เริ่มต้นงานในรูปแบบ แบบที่คุณปลอดกำลังทำ</p>
<p>กำหนดสเป็กอย่างนี้ไม่ได้คนเก่งระดับเทพตามที่วาดฝันไว้อย่างแน่นอน อาจได้คนเก่งประเภทที่พร้อมร่วมมือกับผู้รับเหมา เสนอตัวมาแบบงานร่วมค้า (joint venture) คนเก่งประเภทนี้เขามองธุรกิจเป็นหลัก กรอบที่เขาจะนำเสนอ  ผู้รับเหมาต้องได้ประโยชน์เท่าหรือมากกว่าเจ้าของงาน</p>
<p>วันนี้ผมมีข้อเสนอครับ </p>
<p>รัฐบาลเตรียมประชุมชี้แจง TOR ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคมนี้  ผมขอเสนอให้แจ้งในที่ประชุมว่ารัฐบาลจะเพิ่มคุณสมบัติต้องห้าม ๑ ข้อ &#8230;. &#8221; ผู้รับเหมารายใดที่ได้รับคัดเลือกให้มีส่วนในการรับผิดชอบงาน &#8220;กรอบความคิด&#8221;  ไม่มีสิทธิในการเข้าประมูลเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งการเป็นผู้รับเหมาหลักหรือรับเหมาช่วง&#8230;.&#8221;  </p>
<p>ไม่ใช่จะจงเกลียดจงชังผู้รับเหมาก่อสร้างนะ  อย่าเข้าใจผิด แต่ผมถือว่าอาชีพคนที่เสนอแนวคิดหรือคนที่ออกแบบเบื้องต้นกับอาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง อยู่คนละฝาก สองฝ่ายร่วมมือกันเมื่อไหร่ เจ้าของงานหมดตัว ผลประโยชน์ขัดกัน &#8216;Conflict of Interest&#8217; ครับ </p>
<p>ไม่ยากเกินไปที่รัฐบาลจะทำตามข้อเสนอ ยกเว้นรัฐบาลอยากให้ผู้รับเหมามามีส่วนร่วมตั้งแต่วันแรกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องระวังนะครับ เพราะการประกวดแบบครั้งนี้  เข้าใจว่าไม่ใช้ราคาตัดสิน รัฐบาลชอบใคร เลือกได้ตามใจชอบเสียด้วย อันตรายมากๆ ถ้าจะถือโอกาสเลือกผู้รับเหมาแนวนี้  </p>
<p>มีอีกประเด็นครับ อยู่ในข้อ ๔ &#8216;วิธีการเสนอ&#8217; ของเอกสาร TOR  </p>
<p>นี่ก็มาแบบแหวกแนวอีกเหมือนกัน รัฐบาลเปิดให้มีการประกวดแบบ แต่ไม่กำหนดว่าจะให้ยื่นซองได้เมื่อไหร่ อ่านแล้วก็ขำกลิ้ง ไม่เคยพบเคยเห็น  </p>
<p>ส่วนนี้แก้ตัวใหม่ง่ายมาก วันที่ ๒๔  นี้ บอกทุกคนที่เข้าประชุมว่าให้ยื่นซองได้เมื่อไหร่  คุณปลอดต้องกำหนดวันยื่นซอง จะเก็บไว้ในใจคนเดียวไม่ได้ ไม่งั้นจะถูกกล่าวหาว่าแอบบอกเฉพาะพรรคพวกตัวเอง เริ่มต้นงานต้องให้สวย </p>
<p>น่าเสียดายที่พอตีระฆังยกหนึ่ง เริ่มดูไม่ดีเสียแล้ว วันนี้ผมยังจะไม่พูดถึงเนื้อในของงานตามแผน ๑๔ แผนงาน ไล่ตั้งแต่ สร้างอ่างกักเก็บน้ำ (แม่แจ่ม แก่งเสือเต้น แม่วงก์&#8230;) พื้นที่แก้มลิง ทางน้ำหลาก (flood way) ฯลฯ รายละเอียดแต่ละแผนงานมีมาก ยังพอมีเวลาที่จะได้คุยกันได้อีกหลายรอบ ๓-๕ ปีไม่เสร็จหรอกครับ  </p>
<p>ขอจบด้วยคำพูดของคุณเฉลิม รองนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้วันก่อนว่า &#8216;ถ้าไม่มีคอรัปชั่น รัฐบาลอยู่ครบเทอม&#8217;</p>
<p>ผมอยากให้รัฐบาลรับข้อเสนอของผมไปปฎิบัติ  จะได้อยู่ครบเทอมครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://korbsak.com/2012/07/%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
